Page Types

วิธีสร้าง Landing Page สำหรับ Webinar ให้ติดอันดับ SEO

หน้า Webinar ควรได้รับการปรับแต่งในฐานะ Landing Page ที่มี Intent สูง โดยเน้นปรับให้เหมาะสมตามหัวข้อและวิทยากร ใช้ 'Event' schema สำหรับวันที่ถ่ายทอดสด และหลังจากจบงาน ให้เปลี่ยนหน้าเว็บไปเจาะคีย์เวิร์ดกลุ่ม 'On-demand' หรือ 'วิดีโอ [หัวข้อ]' เพื่อรักษาปริมาณการเข้าชม

Webinar เป็นเครื่องมือดึงดูด Lead ที่ยอดเยี่ยมและยังเป็นสินทรัพย์ทาง SEO ที่ทรงพลัง หากทำอย่างถูกวิธี ในช่วงก่อนเริ่มงานให้เน้นใช้ 'Event' schema และคีย์เวิร์ดที่อิงตามช่วงเวลา แต่คุณค่าที่แท้จริงของ SEO จะเกิดขึ้น 'หลังจาก' จบงานไปแล้ว แทนที่จะลบหน้านั้นทิ้ง ให้เปลี่ยนแบบฟอร์มลงทะเบียนเป็นวิดีโอย้อนหลังพร้อมคำบรรยาย (Transcript) ซึ่งจะช่วยให้หน้าเว็บติดอันดับในคีย์เวิร์ดเชิงความรู้ระยะยาว (Long-tail keywords) ได้ตลอดกาล สำหรับบริษัทที่มี Webinar จำนวนมาก pSeoMatic สามารถช่วยคุณสร้างหน้า Landing Page ที่มีการวางโครงสร้างอย่างสมบูรณ์แบบสำหรับทุกเซสชันจากฐานข้อมูลกลาง ทำให้มั่นใจได้ว่าทุกหน้าถูก Crawl และ Optimize ทั้งสำหรับอีเวนต์สดและวิดีโอย้อนหลังแบบ Evergreen

คู่มือแบบ Step-by-Step

1

เขียนคำอธิบายที่อัดแน่นด้วยคีย์เวิร์ด

เขียนภาพรวมเนื้อหาความยาว 300-500 คำ ครอบคลุมสิ่งที่ผู้ชมจะได้รับและปัญหาที่ Webinar นี้ช่วยแก้ไข

2

ระบุประวัติและโปรไฟล์วิทยากร

ใส่รูปถ่ายและประวัติสั้นๆ ของวิทยากร เพื่อใช้ชื่อเสียงหรือ Personal Brand ของพวกเขาช่วยดึงอันดับการค้นหา

3

ติดตั้ง Event Schema

ใส่ JSON-LD markup ประเภท 'Event' เพื่อให้ Webinar ของคุณไปปรากฏในหน้าแสดงผลกิจกรรมของ Google

4

ปรับเปลี่ยนสู่คอนเทนต์ Evergreen

หลังจากจบงาน ให้อัปเดต Metadata เพื่อเปลี่ยนสถานะเป็น 'On-Demand' หรือ 'วิดีโอคู่มือ'

Pro Tips

🚀

pSeoMatic ช่วยคุณได้อย่างไร

pSeoMatic ช่วยให้คุณจัดการคลัง Webinar ขนาดใหญ่ได้ด้วยการสร้างหน้า Landing Page แบบอัตโนมัติ ซึ่งสามารถอัปเดตสถานะ (สด vs ย้อนหลัง) ได้ตามการตั้งค่าในฐานข้อมูลของคุณ

ลองใช้ pSeoMatic ฟรี

คู่มือที่เกี่ยวข้อง

พร้อมที่จะลงมือทำแล้วหรือยัง?

pSeoMatic สร้างหน้าเว็บที่ปรับแต่ง SEO นับพันจากข้อมูลของคุณ